"The Dark Knight" ดีชั่ว ล้วนอยู่ที่ใจ
posted on 22 Jul 2008 00:53 by digitalsweet
ปีนี้ต้องถือว่าเป็นปีที่ดีสำหรับการดูหนังอีกปีของผม
ปีที่ดีสำหรับผม ก็คือการมีหนังดีๆ ที่ดูแล้วประทับใจ ดูซ้ำได้เรื่อยๆ สักเรื่องในปีนั้น
และปีนี้ The Dark Knight ก็ตอบโจทก์ผมได้ตั้งแต่กลางปี (คาดว่า WALL.E
น่าจะทำให้ปีนี้กลายเป็นปีที่ "ดีมาก" สำหรับผมนะ)
ถึงหน้าหนังจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่เนื้อหาข้างใน ประเด็นที่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน
พยายามเล่าในหนังนั้น ผมว่าหนักอึ้ง และจริงจัง ยิ่งกว่าหนังดรามาเสียอีก ดังนั้น
ถ้าจะเรียกให้ถูก แบทแมนภาคนี้คือหนัง ดรามา - การเมือง - อาชญากรรม ที่ผู้กำกับ
โขกสับคนดูให้ติดอยู่กับเก้าอี้ในเวลาสองชั่วโมงครึ่งแบบไม่ปรานีปราศัย แต่คนดูเอง
ก็พร้อมโดนโขกสับด้วยความระทึก และกดดันไปกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้
ของวายร้ายของ โจ๊กเกอร์ ที่สื่อบางที่ยกรางวัลออสการ์ส่งไปสรวงสวรรค์เรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่หนังเรื่องนี้เข้าฉาย
ในภาคนี้ แบทแมน ได้มาถึงจุดที่เขาต้องนึกถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับตัวเขา
ถ้าหากใดวันหนึ่ง ก็อทแธม ไม่มีวายร้ายคนไหนให้เขาปราบ เขาจะยังมีความหมาย
อะไรต่อไปไหม
"จะจากไปอย่างวีรบุรุษ หรืออยู่ต่อไปจนกลายเป็นคนชั่วเสียเอง"
ประโยคข้างบนถูกย้ำบ่อยครั้งในหนัง เพื่อบอกถึงภาวะตัวมหาเศรษฐีเพลย์บอยหน้าฉาก
ต้องหาทางออกจากภาวะ "กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง" ของตัวเองให้ได้
แถมชีวิตส่วนตัวของเขาก็ดูย่ำแย่ไปกันใหญ่ เมื่อเพื่อนสาวอย่าง เรเชล เองก็ดูไปได้สวย
กับอัยการเขตมือดีคนกล้า อย่าง ฮาร์วี เดนท์ ซึ่งจริงๆ ก็คือบทบาทของแบทแมน
ในภาคสว่างนั่นเอง
ใจหนึ่งเขาชื่นชมชายคนนี้ และอยากฝากเมืองเอาไว้ให้ แต่อีกใจก็ชิงชัง และอิจฉา
ที่ผู้ชายคนนั้นได้ทุกอย่างจากเขาไป และอยากจะแย่งคืนมา
ในขณะที่ทุกอย่างยังอยู่กรุ่นๆ อยู่นั้น การปรากฏตัวของ โจ๊กเกอร์ ก็เป็นน้ำมัน
ที่โหมกระพือไฟแห่งความวุ่นวายให้โชติช่วงขึ้นอีกครั้ง
ถ้าหากแบทแมนคือตัวแทนของความดีงามไม่ที่เคยล้ำเส้นกฎที่เขาตั้งไว้
โจ๊กเกอร์ก็คืออีกด้านของแบทแมน เขาคือความชั่วช้าไร้กฎเกณฑ์
และฮาร์วี เดนท์ ก็คือตัวแทนของคนธรรมดา ที่ล้วนอยากเป็นคนดี
แต่เมื่อถึงเวลาที่สูญเสียการควบคุมในใจ เราทุกคนก็พร้อมพลาดกันได้ทั้งนั้น
สำหรับ โจ๊กเกอร์ แบทแมนคือคู่แท้ที่เขาต้องมีเอาไว้เล่นสนุก
(ผมชอบมุข "You complete me" ในเรื่องจริงๆ นอกจากตอบโจทย์
ของทั้งสองคนได้ ยังล้อ Jerry McGuire ได้แสบๆ คันๆ อีกต่างหาก)
สำหรับ แบทแมน โจ๊กเกอร์ ก็เป็นเหมือนด้านมือที่เขาเคยทนทุกข์อยู่นับสิบปี
สิ่งที่เขาหวังก็คือการดึงชายผู้น่าสงสารในสายตาเขาคนนี้ให้พ้นจากห้วงความวิปริต
ในใจออกมาให้ได้
และ ฮาร์วี เดนท์ นั้น เขาคือตัวหมากในเกมที่ โจ๊กเกอร์ อยากเล่นสนุกกับ แบทแมน
จนเมื่อ ฮาร์วี ได้กลายเป็น ทูเฟซ มันคือชัยชนะของ โจ๊กเกอร์ ที่ แบทแมน เอง
ก็ไม่อยากให้เกิด
และในตอนจบของเรื่องนั่นเอง ที่เราจะได้เห็นทางออกของแบทแมน ที่เขา
และคนดูไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่มันไม่มีทางเลือกอะไรที่ดีกว่านี้
เรื่องหนึ่งที่ผมเองเชื่อว่ามันเป็นความจริง และมักพูดอยู่เสมอก็คือ
"ถ้าคิดว่าทำดียากแล้ว สิ่งที่ยากกว่าก็คือการทำดีให้ตลอดรอดฝั่ง"
แต่พอดูหนังเรื่องนี้จบ ก็คงต้องต่อใหม่เพิ่มเข้าไปก็คงเป็น
"ถ้าคิดว่าทำดีมันยาก ที่ยากนั้นก็คือการทำดี หรือชั่ว ให้มันได้ตลอดรอดฝั่งสักทาง"
เพราะจะมีใครเล่า ที่เป็น แบทแมน หรือ โจ๊กเกอร์ ไปได้ตลอดชีวิตของเขา
นี่แหละคือปัญหา...
edit @ 22 Jul 2008 00:59:39 by Bl00dySw33T